รายงานสถานการณ์ยางพาราประจำเดือนพฤศจิกายน 2561
ราคาเฉลี่ยยางแผ่นรมควันชั้น 3 ณ ตลาดกลางยางพาราสงขลา เดือนพฤศจิกายน 2561 อยู่ที่กิโลกรัมละ 40.30 บาท ลดลงจากเดือนตุลาคม 4.89 เปอร์เซ็นต์ มีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคายาง ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีทิศทางลดลง ตามอุปทานน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นจากหลายประเทศ โดยเฉพาะอิหร่านได้รับอนุญาตให้ส่งออกน้ำมันโดยไม่สนใจการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ กอปรกับปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น ราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวมได้รับผลกระทบจากเงินดอลลาร์แข็งค่า นอกจากนี้ ตลาดยังคงมีความกังวลด้านอุปทานยางส่วนเกิน และเศรษฐกิจจีนชะลอตัว ยอดจำหน่ายรถยนต์ในหลายประเทศชะลอตัวลง ส่งผลให้การใช้ยางของภาคการผลิตรถยนต์ปรับตัวลดลง สงครามการค้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ทำให้การค้าระหว่างสองประเทศทำได้ยากลำบากมากขึ้น การชะลอตัวลงอย่างชัดเจนของภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก ส่งผลให้ความต้องการใช้ยางธรรมชาติลดน้อยลง ภาคลงทุนเริ่มชะลอตัว เนื่องจากความไม่แน่นอนทางธุรกิจ ทำให้นักลงทุนไม่กล้าลงทุนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยบวกบางประการที่ช่วยพยุงราคายาง ได้แก่ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ พื้นที่ปลูกยางทางภาคใต้ของไทยเข้าสู่ฤดูฝน ทำให้เกษตรกรกรีดยางได้น้อยลง สต็อกยางเซี่ยงไฮ้ลดลง 2 แสนตัน เนื่องจากการระบายยางหมดอายุ
ในเดือนตุลาคม ไทยส่งออกยางธรรมชาติ (รวมยางคอมปาวด์) 321,881 ตัน เพิ่มขึ้น 13.83 เปอร์เซ็นต์จากเดือนกันยายน ลดลง 1.09 เปอร์เซ็นต์ yoy สร้างมูลค่าการส่งออก 1.31 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.02 เปอร์เซ็นต์จากเดือนกันยายน ลดลง 20.30 เปอร์เซ็นต์ yoy โดยรวมแล้ว ในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ ไทยส่งออกยางทั้งสิ้น 3,087,138 ตัน เพิ่มขึ้น 1.03 เปอร์เซ็นต์ yoy สร้างมูลค่าการส่งออกรวม 1.34 แสนล้านบาท ลดลง 25.98 เปอร์เซ็นต์ yoy
สำหรับภาคยางล้อ ในเดือนตุลาคม ไทยส่งออกยางล้อรวมทั้งสิ้น 11.32 ล้านเส้น เพิ่มขึ้น 11.75 เปอร์เซ็นต์ yoy สร้างมูลค่าการส่งออก 1.43 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.92 เปอร์เซ็นต์ yoy โดยรวมแล้ว ในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ ไทยส่งออกยางล้อรวม 108.99 ล้านเส้น เพิ่มขึ้น 5.60 เปอร์เซ็นต์ yoy สร้างมูลค่าการส่งออกรวม 1.30 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.64 เปอร์เซ็นต์ yoy
|