|
รายงานสถานการณ์ยางธรรมชาติ ประจำเดือนตุลาคม 2566
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มองแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในเดือนตุลาคม และคาดการณ์ว่าการเติบโตทั่วโลกจะชะลอตัวจาก 3.5% ในปี 2565 เป็น 3.0% ในปี 2566 และ 2.9% ในปี 2567 ซึ่งเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวได้ดีในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 แต่แนวโน้มการเติบโตยังคงอ่อนแอ และทางองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้คาดการณ์อัตราการเติบโตผลิตัณฑ์มวลรวม (GDP) ในปี 2566 ของโลกที่ 3.0% สหรัฐอเมริกา 2.2% จีน 5.1% อินเดีย 6.3% และกลุ่มประเทศ G20 3.1% ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกามีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวและการลดลงของแรงกดดันเงินเฟ้อ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโคของสหรัฐฯ (Consumer Confidence Index: CCI) ปรับตัวลดลงจาก 104.3 ในเดือนกันยายน 2566 เหลือ 102.6 ในเดือนตุลาคม 2566 ส่วนเศรษฐกิจจีนนั้น ยังคงเผชิญวิกฤตาคอสังหาฯ อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดจีนออกมาตรการหนุนรัฐบาลท้องถิ่น และเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับัยพิบัติทางธรรมชาติ
ส่วนาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนตุลาคมได้รับปัจจัยสนับสนุนจากาคการท่องเที่ยวและาคการส่งออก อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) เดือนตุลาคม 2566 ลดลง 0.31% ผลจากราคากลุ่มพลังงาน-อุปโคบริโคลดลง ทั้งปีคาดว่าเงินเฟ้ออยู่ระหว่าง 1.0-1.7% และยังจับตาปัญหาระหว่างประเทศ ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด และเมื่อวันที่ 16-19 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้เดินทางเยือนจีน โดยมีจุดประสงค์เพื่อเข้าร่วมการประชุม Belt and Road Forum for International Cooperation ครั้งที่ 3 เพื่อชี้แจงโครงการ Landbridge สร้างความเชื่อมโยง นำเสนอไทยเป็น EV Hub พร้อมสนับสนุนการพัฒนา Digital และการท่องเที่ยวไทย ซึ่งนายกฯ เชื่อว่าข้อริเริ่ม Belt and Road Initiative (BRI) ก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศในหลากหลายมิติทั้งด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และด้านวัฒนธรรม าพรวมเศรษบกิจไทย ทางธปท. คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ 2.6-2.7% แม้สถานการณ์โลกมีความไม่แน่นอน และมีปัจจัยเสี่ยงที่ยังคงต้องติดตาม ได้แก่ การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน
ดัชนีความเชื่อมั่นาคอุตสาหกรรมของไทย (Thailand Industrial Sentiment Index: TISI) เดือนตุลาคม 2566 ปรับตัวลดลงจาก 90.0 เป็น 88.4 เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ในทิศทางขาขึ้น าคการผลิตชะลอตัว กำลังซื้อของผู้บริโคยังอ่อนแอ การอ่อนค่าของเงินบาท ในขณะเดียวกันาคการท่องเที่ยวได้รับปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวจากมาตรการ “Free Visa” ให้กับนักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถาน อีกทั้งาครัฐได้ออกมาตรการกลุ่มพลังงงาน โดยการปรับลดลดค่าไฟฟ้าและราคาน้ำมันดีเซลลง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง อย่างไรก็ตาม าครัฐควรติดตามสถานการณ์ และออกมาตรการต่างๆ เพื่อฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป รวมทั้งการพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิต ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโคโดยรวมเดือนตุลาคม 2566 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 55.8 จากระดับ 55.7 ในเดือนก่อนหน้า
สรุปาพรวมการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือนกันยายน 2566 ส่งออกมูลค่า 25,476.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (888,666 ล้านบาท) ขยายตัวร้อยละ 2.1 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขณะที่นำเข้ามีมูลค่า 23,383.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (825,310 ล้านบาท) หดตัวร้อยละ 8.3 ไทยเกินดุลการค้ามูลค่า 2,092.7 ล้านเหรียญสหรัฐ (63,355 ล้านบาท) ทั้งนี้ การส่งออกไทย 9 เดือนแรกของปี 2566 การส่งออก มีมูลค่า 213,069.4 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัวร้อยละ 3.8 แต่ในขณะเดียวกันหากคิดมูลค่าในรูปเงินบาท ดุลการค้า 9 เดือนแรกของปี 2566 ขาดดุล 289,744 ล้านบาท (อ้างอิง: สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ *ข้อมูล ปี2566 เป็นข้อมูลเบื้องต้น)
สำหรับดัชนีาคการผลิต (S&P Global US Manufacturing PMI (PMI)) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 49.8 ในเดือนกันยายน 2566 มาอยู่ที่ระดับ 50.0 ในเดือนตุลาคม 2566 ส่วนดัชนี PMI สำหรับาคการผลิตในประเทศไทยปรับตัวลดลงจาก 47.8 เดือนกันยายน มาอยู่ที่ระดับ 47.5 ในเดือนตุลาคม 2566 สาวะของาคการผลิตในประเทศไทยเดือนตุลาคม 2566 มีการปรับตัวในระดับลดลง ผลจากสาวะอุปสงค์ที่อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งคำสั่งซื้อสินค้าใหม่ยังมีแนวโน้มชะลอตัวเพิ่มเติมต่อไป
พลังงาน (น้ำมัน) : สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สิ้นสุดวันที่ 27 ต.ค. 2566 อยู่ราว 15.21 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อนหน้า เนื่องด้วยราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มผันผวน ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส ขณะที่ตลาดจับตาการประชุมเฟด รวมถึงตัวเลขการผลิตของโอเปกที่ปรับเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2566 ที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับ 81.02 และ 87.41 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ตามลำดับ
ยางพารา: ในเดือนตุลาคม 2566 ราคายาง ณ สำนักงานตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลา ราคายางาพรวมายในประเทศปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากมีปริมาณฝนร้อยละ 60-80 ของพื้นที่าคใต้ ทำให้ปริมาณเข้าสู่ตลาดน้อยลง ในขณะเดียวกันตลาดล่วงหน้าต่างประเทศมีการปรับตัวขึ้นมาเช่นกัน เนื่องด้วยาวะเศรษฐกิจจีนเริ่มมีสัญญญาณที่ฟื้นตัวดีขึ้น ไทยมีปริมาณส่งออกยางธรรมชาติเดือนกันยายน 2566 ปริมาณ 312,182 ตัน คิดเป็นมูลค่าการส่งออก 1.46 หมื่นล้านบาท ส่วนยางล้อในเดือนเดียวกันนี้ ไทยส่งออกยางล้อ 11.8 ล้านเส้น คิดเป็นมูลค่าการส่งออก 2.12 หมื่นล้านบาท
กลุ่มยานยนต์: จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนกันยายน 2566 มีจำนวนทั้งสิ้น 164,093 คัน ลดลง 8.45% (YoY) ยอดผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 8.92% จากเดือนสิงหาคม 2566 โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งออกเดือนกันยายน 2566 จำนวน 104,096 คัน (63.44% ของยอดผลิตทั้งหมด) ลดลง 1.97% (YoY) ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเดือนกันยายน 2566 จำนวน 59,997 คัน (36.56% ของยอดการผลิตทั้งหมด) ลดลง 17.87% (YoY) เพราะความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการอนุมัติสินเชื่อ ทั้งนี้ รวม 9 เดือนแรก (มกราคม - กันยายน 2566) ผลิตแล้ว 1,385,971 คัน เพิ่มขึ้น 1.61% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
หมายเหตุ: ข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏ เป็นข้อมูลที่ได้จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย ซึ่งได้นำมารวบรวมและวิเคราะห์ประมวลผล ทั้งนี้ การเผยแพร่ข้อมูลเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลแก่ผู้สนใจเท่านั้น โดยสมาคมยางพาราไทย จะไม่รับผิดชอบในความเสียหายใดใดที่อาจเกิดขึ้นจากการที่มีบุคคลนำข้อมูลนี้ไปใช้ไม่ว่าโดยทางใด
|